เชื่อมั่น และศรัทธา…เปลี่ยนวิกฤต..เริ่มชีวิตใหม่ กับ “อาจารย์โบรี ธีรมุนี” ผู้สืบสานสายวิชาไสยเวทย์เขมรโบราณ (ชมคลิป)

เชื่อมั่น และศรัทธา…เปลี่ยนวิกฤต..เริ่มชีวิตใหม่ กับ “อาจารย์โบรี ธีรมุนี” ผู้สืบสานสายวิชาไสยเวทย์เขมรโบราณ

 

 

ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา อาจารย์โบรี ธีรมุนี พระอาจารย์หนุ่มที่ให้ความสนใจวิชาอาคมและไสยศาสตร์ ท่านได้ศึกษาจนสำเร็จ รู้แจ้ง และมีความเชี่ยวชาญในวิชาไสยศาสตร์แขนงต่างๆ โดยเฉพาะ “วิชาเมตตาสาลิกา มหานิยม” “วิชาพรายมายา” อีกทั้ง มีความเชี่ยวชาญและชำนาญ “วิชาฝังตะกรุด นะเมตตา” นอกจากนี้ ท่านยังนำวิชาอาคมที่ได้เล่าเรียน มาสงเคราะห์ช่วยเหลือชาวบ้านจนมีชื่อเสียงเล่าลือกล่าวขานถึงความมี เมตตา กรุณา และให้ความสำคัญกับทุกคนที่เข้าพบ อีกทั้งยังช่วยเหลือลูกศิษย์ และประชาชนทุกคนที่เข้ามาขอพึ่งบารมี ช่วยขจัดปัดเป่าอุปสรรค์นานา ให้ร้ายกลับกลายเป็นดี พลิกวิกฤติให้ชีวิตเป็นคนใหม่ ซึ่งท่านให้การช่วยเหลือประชาชนมายาวนาน ตราบถึงปัจจุบัน

​อาจารย์โบรี ธีรมุนี เล่าให้ทีมข่าวไทยเสรีฟังว่า ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2525 ที่ตำบลสา อำเภอบอริโบ เมืองกำปงชะนัง ประเทศกัมพูชา เมื่อท่านเกิดนั้นแม่ของท่านได้ฝันว่ามีคนนำตำรามาให้ ท่านมีพี่น้องร่วมกัน 4 คน โดยท่านเป็นคนที่ 3 ท่านกำพร้ามาตั้งแต่ยังไม่รู้ความ คือคุณพ่อของท่านเสียตั้งแต่ท่านยังเล็กๆ ท่านอาศัยอยู่วัดมาตั้งแต่เด็ก เมื่อวัยเด็กนั้นเวลาออกล่าสัตว์ หรือจับปลา ก็ไม่ค่อยจะได้กับเขา จนอายุท่านได้ 15 ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดพระอินทร์เทพ ท่านเป็นนักเทศน์ตั้งแต่ท่านเป็นเณร

จากนั้นท่านได้สนใจในสรรพวิชาอาคมต่างๆ จึงได้ร่ำเรียนวิชาอาคมในประเทศกัมพูชาจากครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน จนอายุได้ 20 ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยมี “พระครูเฮงปัช ธีปสีโล” เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านเคยเล่าว่า พระครูเฮงปัช ท่านเป็นพระแปลกน่าเลื่อมใส ตัวท่านผอมจนหนังจะติดกระดูก ไม่ว่าร้อน หนาว ฝน ท่านจะอยู่กับไฟตลอด และ “หลวงพ่อเอียงเสรียน สีลธมฺโม” เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่านศึกษาธรรมมะจนสอบได้นักธรรมเอก

เมื่ออายุได้ 23 ปี ท่านจึงตัดสินใจออกธุดงค์ โดยเริ่มจากเสียมเรียบ นครวัด ชายแดนไทย-กัมพูชา จนถึงเขาพนมกุเลน ได้ศึกษาวิชาไสยศาสตร์แขนงต่างๆ ท่านบอกว่าเรียนมาเยอะ จนไม่สามารถเอ่ยชื่อครูบาอาจารย์ได้หมด หมดค่าครูในการเรียนวิชาต่างๆ เป็นเงินจำนวนมหาศาล เจอทั้งจริงบ้าง ปลอมบ้าง อีกทั้งวิชาบางอย่างก็เป็นของเก่าติดตัวท่านมา เช่น การดูดวง และคาถาบางอย่าง วิชาบางอย่างท่านก็อาศัยพื้นฐาน เช่น การรักษาด้วยตัวยาต่างๆ เพราะท่านอาศัยในป่าตั้งแต่เล็กๆ จึงสามารถใช้ตัวยาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ท่านได้เรียนวิชาจากครูบาอาจารย์หลายท่าน เช่น วิชาฝังตะกรุดทองคำกับ “พระอาจารย์วิโรจน์” ตอนท่านไปเรียนฝังตะกรุดทองคำ การยกครูการเรียนต้องเย็บปายศรีรูปนกยูง ตานกยูงฝังเพชรแท้ คิ้วนกยูงเป็นทองคำแท้ เมื่อท่านทำเสร็จครูอาจารย์คนนั้นก็ยังไม่สอน ท่านก็ไปทุกวันอาจารย์ก็ผลัดไปเรื่อย เป็นเวลาหลายเดือนจนถึงที่สุดอาจารย์เห็นความพยายามเลยบอกและสอนให้ แต่ก่อนจะสอนก็บอกว่าท่านทำได้อยู่แล้วไม่ต้องเรียนท่านก็ทำได้

 

เมื่อเรียนสำเร็จแล้วท่านก็เดินทางไปศึกษาต่อกับ “หลวงตาเเฮม” หลวงตาแฮมเป็นพระที่เก่งวิชาสาริกา วิชามหานิยม วิชาเสน่ห์อันดับ 1 ของกัมพูชา การรักษาด้วยโรควิธีต่างๆ และฝึกฝนวิชาปรายมายา จนชำนาญ และวิชาเรียกอมนุษย์ วิชาเรียกอมนุษย์นี้ท่านใช้เวลาเรียนถึง 2 ปีกว่าจะสำเร็จ เมื่อท่านฝึกสำเร็จ จึงเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดพระอินทร์เทพหลายพรรษา ได้ใช้สรรพวิชาที่ได้เล่าเรียนมา โดยเฉพาะวิชาฝังตะกรุด สงเคราะห์ช่วยเหลือชาวบ้านจนมีชื่อเสียง

จากนั้นท่านก็ข้ามมาฝั่งไทย มาจำพรรษาที่จังหวัดสุพรรณบุรี หลายพรรษา และวัดศิริเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนท่านจะเดินทางมาจำพรรษาที่วัดบ้านจะเนียง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ จนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน 2557 ได้มีคณะศรัทธาญาติโยม และลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธาในตัวท่านได้นิมนต์ท่านมาจำพรรษาที่วัดสว่างโสภณ

ซึ่งสถานที่แห่งนี้ เคยมีคณะสงฆ์มาอยู่จำพรรษาก็ไม่สามารถอยู่ได้ อยู่ได้นานสุดแค่เดือนเดียว เวียนมาอยู่หลายชุด ก็ไม่มีพระที่มาอยู่ได้คือเป็นที่อาถรรพ์แรง “โยมน้อย” ซึ่งเป็นเจ้าของที่แปลงนี้ได้ถวายที่ดินผืนนี้ให้กับพระอาจารย์โบรี ธีระมุณีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อชาวบ้านในพื้นที่ และใกล้เคียงได้สามารถเข้ามาทำบุญตามประเพณีได้สะดวก รวมถึงลูกศิษย์ลูกหาจะได้เข้ามากราบมาไหว้ได้โดยสะดวก

“พระครูสมุห์โบรี ธีรมุนี” ท่านจึงได้สร้างเสนาสนะภายในวัดขึ้น ปรับปรุงพัฒนา และได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ศาลาเรือนรับรอง ซุ้มประตูวัด ได้มีหน่วยงานต่างๆ ในเขตสุรินทร์เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ในงานวัดทุกครั้ง ท่านจะให้มีการแจกทานขึ้นเสมอ เพราะท่านจะพูดเสมอว่า “สิ่งที่ฉันชอบคือการให้ ให้คนที่เขาเดือดร้อนหรือลำบาก เขาจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราให้ เขาได้กิน ได้ใช้ก็ดีแล้ว” ท่านจะแจกให้แก่ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ยากจนในเขตตำบลและใกล้เคียง หรือผู้ที่มาขอความช่วยเหลือทุกครั้งที่มีโอกาส

ต่อมาเมื่อวันที่ 19